Thai University RankingsRESEARCH RADAR
มีศักยภาพระดับโลก

บทสนทนานโยบายกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 107 คนชี้ความเหลื่อมล้ำสามด้านในระบบดูแลระยะยาวอาเซียน+3 แต่ศูนย์ประสานงานระดับชาติยังเป็นข้อเสนอ

Comparative Barriers and Enablers in ASEAN Long-Term Care Systems: Insights From the 2025 Regional Policy Dialogue and Policy Recommendations for Equitable Active Ageing

การศึกษาเชิงคุณภาพใช้การสังเกตแบบมีส่วนร่วมในเวที Regional Policy Dialogue ปี 2025 และการวิเคราะห์แก่นสารแบบ reflexive จากการหารือสามช่วงของผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และผู้ให้บริการ 107 คน ผลสังเคราะห์เสนอสามแกน ได้แก่ ความกระจัดกระจายของสถาบันที่เปลี่ยนความเสียเปรียบตลอดช่วงชีวิตให้เป็นการเข้าถึงที่ไม่เท่าเทียม ชุมชนที่ต้องรับภาระแทนระบบทางการ และความจำเป็นต้องกระจายเสียงกับประสานความรับผิดชอบหลายระดับ ต้นทุนตกกับผู้หญิง ผู้สูงอายุชนบท และผู้มีรายได้น้อยเด่นชัด แต่ผลนี้สะท้อนการตีความเวทีเดียว ไม่ใช่การสำรวจตัวแทนประชากรหรือการทดสอบนโยบาย

01

ข้อค้นพบสำคัญ

  • แกนแรกชี้ว่าความกระจัดกระจายระหว่างหน่วยงานและระดับการบริหารทำให้ความเสียเปรียบที่สะสมตลอดชีวิตกลายเป็นการเข้าถึงบริการดูแลระยะยาวที่ไม่เท่าเทียม
  • แกนที่สองพบว่าครอบครัวและชุมชนชดเชยช่องว่างของบริการทางการ แต่ผู้วิจัยเตือนว่าไม่ควรใช้ความเข้มแข็งของชุมชนเป็นเหตุให้รัฐถ่ายโอนความรับผิดชอบสาธารณะ
  • แกนที่สามเสนอว่าความเป็นธรรมต้องทั้งเพิ่มเสียงของผู้สูงอายุและผู้ดูแล และประสานความรับผิดชอบระหว่างท้องถิ่น ประเทศ และภูมิภาค
  • ผู้หญิง ผู้สูงอายุในชนบท และกลุ่มรายได้น้อยถูกระบุว่าแบกรับต้นทุนของช่องว่างระบบมากกว่า จึงควรประเมินนโยบายด้วยผลกระทบด้านความเสมอภาค ไม่ใช่เพียงจำนวนบริการ
  • แนวคิดศูนย์ประสานงานระดับชาติเป็นข้อเสนอของผู้เขียนที่ต่อยอดจากการหารือ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้เข้าร่วมทุกคนเห็นพ้องหรือว่าศูนย์ดังกล่าวมีประสิทธิผลแล้ว
02

ทำไมจึงมีความสำคัญระดับโลก

ประเทศในอาเซียน+3 สูงวัยอย่างรวดเร็วแต่มีโครงสร้างสวัสดิการ กำลังคน และการเงินต่างกัน กรอบตลอดช่วงชีวิตช่วยเชื่อมการดูแลระยะยาวกับ SDG 3 และ SDG 10 และเตือนว่าการพึ่งครอบครัวอาจซ่อนภาระทางเพศและรายได้ ข้อเสนอสามารถใช้เป็นรายการคำถามสำหรับออกแบบนโยบายข้ามประเทศได้ แต่ยังต้องแปลงเป็นตัวชี้วัด งบประมาณ กลไกความรับผิดชอบ และการทดลองใช้ที่เปรียบเทียบผลด้านการเข้าถึง คุณภาพ ภาระผู้ดูแล และความยั่งยืนทางการคลัง

03

บทบาทของนักวิจัยไทย

วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุที่มีศักยภาพและนวัตกรรม ภายใต้กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมเชื่อมงานประชากรศาสตร์ ระบบดูแล และเวทีนโยบายระดับภูมิภาค บทบาทนี้ทำให้สถาบันไทยเป็นฐานสังเคราะห์ความรู้ที่เทียบข้ามระบบสวัสดิการและนำประเด็นความเป็นธรรมของผู้สูงอายุ ผู้ดูแล และชุมชนเข้าสู่วาระอาเซียน+3

04

ข้อจำกัดที่ควรรู้

หลักฐานมาจากเวทีนโยบายระดับภูมิภาคครั้งเดียว ผู้เข้าร่วม 107 คนเป็นกลุ่มที่เชิญเข้าหารือ ไม่ใช่ตัวอย่างสุ่มของประชากร ผู้ใช้บริการ หรือแรงงานดูแลในแต่ละประเทศ การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและ reflexive thematic analysis ขึ้นกับตำแหน่งและการตีความของผู้วิจัย ข้อมูลไม่ให้ค่าประมาณความครอบคลุมบริการหรือเปรียบเทียบประเทศเชิงสถิติ และไม่ได้ติดตามผลหลังใช้นโยบาย ข้อเสนอศูนย์ประสานงานระดับชาติจึงเป็นสมมติฐานเชิงสถาบันที่ต้องทดสอบ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว

05

ตรวจสอบแหล่งต้นทาง

Australasian Journal on AgeingAustralasian Journal on Ageing (Wiley)↗

DOI: 10.1111/ajag.70237

KEEP EXPLORING

งานวิจัยไทยที่น่าติดตามต่อ