ข้อมูลจากบทคัดย่อ
ยังไม่มีสรุปภาษาไทยสำหรับระเบียนนี้
ด้านล่างเป็นบทคัดย่อต้นฉบับภาษาอังกฤษจากข้อมูลบรรณานุกรม โปรดตรวจบทความต้นฉบับก่อนอ้างอิง
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: ปัญหาเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 แผนกวิชาดิจิทัลกราฟิก สาเหตุสำคัญคือ นักเรียนขาดความคิดสร้างสรรค์ ในรายวิชาการสร้างงานแอนิเมชัน 2 มิติ เรื่องสตอรี่บอร์ดและการออกแบบตัวละคร เนื่องจากการสอนแบบเดิม ๆ ที่เน้นท่องจำทฤษฎีอย่างเดียวทำให้นักเรียนไม่ได้ฝึกความคิดอย่างสร้างสรรค์ ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษาที่มีการบูรณาการ 5 วิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาศิลปะ ที่สามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้และเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในรายวิชาการสร้างงานแอนิเมชัน 2 ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์ หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา กับเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และ 3) ศึกษาความพึงพอใจ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Design) โดยดำเนินการทดลองตามแบบแผนการวิจัย The One-Shot Case Study กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 แผนกวิชาดิจิทัลกราฟิก จำนวน 18 คน โดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม ซึ่งเครื่องที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 แผน แผนจัดการเรียนรู้ละ 5 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง มีผลประเมินความเหมาะสมในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.83 2) แบบวัดความคิดสร้างสรรค์ จำนวน 1 ข้อ โดยมีดัชนีความสอดคล้อง 1.00 โดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนแบบรูบลิค และ 3) แบบวัดความพึงพอใจ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา จำนวน 15 ข้อ ทุกข้อมีดัชนีความสอดคล้อง 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย: ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.76/85.76 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 80/80 2) หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา มีความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษามีความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.65 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.53 สรุปผล: การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 แผนกวิชาดิจิทัลกราฟิก โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา ซึ่งมีการบูรณาการ 5 วิชา เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาศิลปะ ที่สามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดองค์ความรู้และเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำในการทำงานของนักเรียน
เหตุผลที่อยู่ในฐานติดตาม
ระเบียนนี้ได้รับ Impact Signal 81/100 จากความใหม่ แหล่งเผยแพร่ ความร่วมมือ และสัญญาณในข้อมูลบรรณานุกรม คะแนนนี้ใช้จัดลำดับการติดตาม ไม่ใช่การตัดสินคุณภาพงานวิจัย
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: Mathematics Education and Teaching Techniques · Mathematics Education and Pedagogy · Problem and Project Based Learning
บทบาทของนักวิจัยและสถาบันไทย
วิทยา สาโรจน์ · ปาริชาติ ประเสริฐสังข์ · Roi et Rajabhat University
ข้อจำกัดของข้อมูล
หน้านี้เป็นระเบียนบรรณานุกรมและข้อมูลจากบทคัดย่อ ยังไม่ใช่บทวิเคราะห์ฉบับเต็มหรือการประเมินคุณภาพงานวิจัย ควรตรวจสอบ DOI และเอกสารต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิง