ข้อมูลจากบทคัดย่อ
ยังไม่มีสรุปภาษาไทยสำหรับระเบียนนี้
ด้านล่างเป็นบทคัดย่อต้นฉบับภาษาอังกฤษจากข้อมูลบรรณานุกรม โปรดตรวจบทความต้นฉบับก่อนอ้างอิง
มิหลังและวัตถุประสงค์: แดนแรกรับ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการปรับตัวของผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤตของการเปลี่ยนผ่านจากชีวิตอิสระสู่การถูกควบคุมตัวอย่างเป็นทางการ งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการปรับตัวของผู้ต้องขังเข้าใหม่ประจำแดนแรกรับของเรือนจำอำเภอธัญบุรี 2) เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการปรับตัวของผู้ต้องขังเข้าใหม่ประจำแดนแรกรับของเรือนจำอำเภอธัญบุรีที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและหลักสิทธิมนุษยชน ระเบียบวิธีการวิจัย: การวิจัยนี้ดำเนินการด้วยระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยมีกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 22 คน ประกอบด้วย ผู้ต้องขังเข้าใหม่ จำนวน 10 คน พี่เลี้ยงหรือผู้ช่วยงานเจ้าพนักงานเรือนจำ จำนวน 5 คน และบุคลากรเจ้าหน้าที่ในเรือนจำอำเภอธัญบุรี จำนวน 7 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่างใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) และการสนทนากลุ่ม กลุ่ม (Focus group discussion) ข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้นำมาวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) การวิเคราะห์เชิงประเด็นจัดกลุ่มข้อมูล (Thematic Analysis) โดยการวิเคราะห์เชิงเชื่อมโยงผลโดยเรียงลำดับตามวัตถุประสงค์. ผลการวิจัย: ผลการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการปรับตัวของผู้ต้องเข้าใหม่ประจำแดนแรกรับของเรือนจำอำเภอธัญบุรี มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้ต้องขังเข้าใหม่และพี่เลี้ยงผู้ต้องขังเข้าใหม่หรือผู้ช่วยงานเจ้าพนักงานเรือนจำ ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาและอุปสรรคด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย (1) ด้านความแออัด (2) ด้านอาหาร และปัญหาและอุปสรรคด้านจิตใจอารมณ์ (1) ด้านการติดต่อครอบครัว (2) ด้านขาดคนให้คำปรึกษา ส่วนที่ 2 เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการปรับตัวของผู้ต้องขังเข้าใหม่ประจำแดนแรกรับของเรือนจำอำเภอธัญบุรีที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและหลักสิทธิมนุษยชน ด้วยการสนทนากลุ่มกับบุคลากรเจ้าหน้าที่ในเรือนจำ ผลการศึกษา พบว่าแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย (1) ดูแลด้านสาธารณูปโภคพร้อมการจัดกิจกรรมนันทนาการ (2) มีการจัดอาหารเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้ป่วยโรคประจำตัว(โรคเกาต์)และควบคุมการจัดสรรอาหารเน้นเจ้าหน้าที่เข้ารับฟังปัญหาโดยตรง และแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านจิตใจและอารมณ์ ประกอบด้วย (1) เพิ่มความถี่ความสะดวกในการเยี่ยมญาติปกติ เยี่ยมญาติออนไลน์ และบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุม พยาบาล นักจิตวิทยาและผู้ช่วยงานเจ้าพนักงานเรือนจำ ในการดูแลผู้ต้องขังในช่วงสัปดาห์แรก (2) จัดให้มีโครงการปฐมนิเทศผู้ต้องขังใหม่พร้อมระบบพี่เลี้ยงผู้ต้องขังใหม่หรือผู้ช่วยงานเจ้าพนักงานเรือนจำคอยดูแลใกล้ชิดและเพิ่มบทบาทของนักจิตวิทยาในการให้คำปรึกษาในช่วงวันแรกเป็นต้นไป ซึ่งแนวทางดังกล่าวคาดว่าจะช่วยลดระดับความเครียด ลดความโดดเดี่ยว เลี่ยงความขัดแย้งภายในแดนแรกรับ และเพิ่มแรงจูงใจในการปรับตัวของผู้ต้องขังเข้าใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน สรุปผล: องค์ความรู้และนวัตกรรมที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ คือ ได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ด้านการบริหารงานราชทัณฑ์เชิงมนุษยธรรม โดยเน้นการพัฒนาแนวทางปรับตัวของผู้ต้องขังเข้าใหม่ในแดนแรกรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านนวัตกรรมการบริหารกระบวนการแรกรับแบบบูรณาการระหว่างฝ่ายเจ้าหน้าที่ควบคุม พยาบาล นักจิตวิทยา และผู้ช่วยงานเจ้าพนักงานเรือนจำ เพื่อดูแลสุขภาพกายและจิตอย่างต่อเนื่อง งานวิจัยยังเสนอแนวทางจัดระบบข้อมูลสุขภาพจิตผู้ต้องขังเชื่อมโยงกับการให้คำปรึกษาเชิงรุกและการติดตามรายกรณี ซึ่งช่วยลดความเครียดและเสริมแรงจูงใจในการปรับตัวของผู้ต้องขัง
เหตุผลที่อยู่ในฐานติดตาม
ระเบียนนี้ได้รับ Impact Signal 85/100 จากความใหม่ แหล่งเผยแพร่ ความร่วมมือ และสัญญาณในข้อมูลบรรณานุกรม คะแนนนี้ใช้จัดลำดับการติดตาม ไม่ใช่การตัดสินคุณภาพงานวิจัย
ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: Flow Experience in Various Fields · Perfectionism, Procrastination, Anxiety Studies · Attention Economy in Education and Business
บทบาทของนักวิจัยและสถาบันไทย
อนันตชัย มูสิโก · Pisak Kalyanamitra · ไททัศน์ มาลา · Valaya Alongkorn Rajabhat University
ข้อจำกัดของข้อมูล
หน้านี้เป็นระเบียนบรรณานุกรมและข้อมูลจากบทคัดย่อ ยังไม่ใช่บทวิเคราะห์ฉบับเต็มหรือการประเมินคุณภาพงานวิจัย ควรตรวจสอบ DOI และเอกสารต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิง