Information from the abstract
ภูมิหลังและวัตถุประสงค์: การบริหารงานวิชาการเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูลซึ่งมีบริบทที่หลากหลาย จำเป็นต้องมีการประเมินระดับการดำเนินงานอย่างเป็นระบบเพื่อระบุจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนา ข้อมูลที่ได้จะช่วยกำหนดแนวทางเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารงานวิชาการให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา และนำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนและการพัฒนาวิชาชีพครู การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล จำแนกตามระดับการศึกษา เพศ อายุ และขนาดของสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษา ข้อเสนอแนะ การบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ระเบียบวิธีการวิจัย: เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ปีการศึกษา 2567 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางของเครจชี่และมอร์แกน ได้จำนวน 99 คน เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย คือ แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบปลายเปิดเกี่ยวกับข้อเสนอแนะในการบริหารงานวิชาการ ซึ่งมีค่าความตรงตามเนื้อหาระหว่าง 0.67-1.00 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .980 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทำการทดสอบสมมติฐาน โดยใช้การทดสอบค่าที (t-test) การทดสอบค่าเอฟ (F-test) และแบบวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One - Way ANOVA) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย: ผลวิจัย พบว่า 1) ระดับการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (\bar{x} = 4.59, SD = 0.46) 2) การเปรียบเทียบการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษาสงขลา สตูล ในภาพรวม และรายด้านพบว่าระดับการศึกษา อายุ ของผู้บริหารสถานศึกษา และขนาดของสถานศึกษาที่แตกต่างกัน การบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนเพศของผู้บริหารสถานศึกษาที่แตกต่างกัน การบริหารสถานศึกษาไม่แตกต่างกัน 3) ข้อเสนอแนะในการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล 3.1) การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้ Active Learning ควบคู่กับการพัฒนาครูและทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน 3.2) การพัฒนาหลักสูตรและการนำไปใช้ปรับหลักสูตรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและอาชีพ เสริมทักษะชีวิต เทคโนโลยี และภาษา 3.3) การวัดและประเมินผล มุ่งประเมินสมรรถนะจริงของผู้เรียน ลดการพึ่งพาข้อสอบปรนัย เพิ่มการประเมินเชิงพฤติกรรมและแฟ้มสะสมงาน 3.4) การพัฒนาสื่อนวัตกรรม สนับสนุนการสร้างสื่อการเรียนรู้ใหม่ พัฒนาทักษะดิจิทัลของครู และจัดสรรงบประมาณสำหรับสื่อดิจิทัล 3.5) การนิเทศการศึกษา เน้นการนิเทศเชิงให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ใช้รูปแบบ Peer Coaching และผลการนิเทศเพื่อพัฒนาครูรายบุคคล สรุปผล: ผลการวิจัยพบว่า การบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา–สตูล อยู่ในระดับมากที่สุด (เฉลี่ย 4.59) สะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหาร พบว่าปัจจัยด้านระดับการศึกษา อายุ และขนาดของสถานศึกษามีผลต่อมุมมองในการบริหารงานวิชาการ ขณะที่เพศไม่มีผลต่อความแตกต่างของความคิดเห็น จากผลดังกล่าวเสนอให้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยเน้น Active Learning ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ปรับหลักสูตรให้ทันสมัยและสอดคล้องกับทักษะชีวิตและเทคโนโลยี พัฒนาระบบประเมินผลให้วัดสมรรถนะจริง เพิ่มการใช้แฟ้มสะสมงาน สนับสนุนสื่อนวัตกรรมและทักษะดิจิทัลของครู และพัฒนาระบบนิเทศแบบให้คำปรึกษาและ Peer Coaching เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
Why this record is monitored
This record has an Impact Signal of 81/100 based on recency, source, collaboration, and bibliographic signals. It prioritizes monitoring and is not a judgment of research quality.
Related topics: Student Assessment and Feedback · Global Education Systems and Policies · Education, Management, Technology, Human Resources
Thai researcher and institutional participation
สิตานัน อนุสาร · เชาวนี แก้วมโน · Hatyai University
Data limitations
This page is a bibliographic record based on abstract-level information, not a full analysis or quality assessment. Verify the DOI and original article before citation.