Thai University RankingsRESEARCH RADAR
← กลับฐานข้อมูลงานวิจัย
มีศักยภาพระดับโลก

การพฒนาและตรวจสอบโมเดลองคประกอบสมรรถนะการวจยปฏบตการในชนเรยนของครปฐมวย: การวเคราะหองคประกอบเชงยนยนอนดบทสอง

การพฒนาและตรวจสอบโมเดลองคประกอบสมรรถนะการวจยปฏบตการในชนเรยนของครปฐมวย: การวเคราะหองคประกอบเชงยนยนอนดบทสอง

สัญญาณผลกระทบ81/100
01

ข้อมูลจากบทคัดย่อ

ยังไม่มีสรุปภาษาไทยสำหรับระเบียนนี้
ด้านล่างเป็นบทคัดย่อต้นฉบับภาษาอังกฤษจากข้อมูลบรรณานุกรม โปรดตรวจบทความต้นฉบับก่อนอ้างอิง

ที่มาและวัตถุประสงค์: ปฐมวัยเป็นวัยทองแห่งการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การพัฒนาที่เหมาะสมในช่วงนี้เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และชีวิตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ครูปฐมวัยยังเผชิญปัญหาและอุปสรรคในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และการทำวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาและตรวจสอบโมเดลองค์ประกอบสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูปฐมวัย โดยใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับที่สอง เพื่อให้ได้โมเดลและตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประเมินและส่งเสริมสมรรถนะการวิจัยของครูปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ระเบียบวิธีวิจัย: งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ครูปฐมวัย จำนวนทั้งสิ้น 240 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นมาตรวัดประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 60 ข้อ โดยผ่านเชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ได้ค่าดัชนี IOC อยู่ในช่วง .80 ถึง 1.00 มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ .95 สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันลำดับที่สอง ผลการวิจัย: สมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูปฐมวัยประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ความรู้ในการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ประกอบด้วย 3 ตัวบ่งชี้, องค์ประกอบที่ 2 ทักษะในการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ประกอบด้วย 6 ตัวบ่งชี้ และ องค์ประกอบที่ 3 เจคตติต่อการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ประกอบด้วย 3 ตัวบ่งชี้ และมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ( c2=55.721 (df = 44, p = .110), c2/df =1.266, CFI = .996, GFI =.963, AGFI= .935, RMSEA = .033 และ SRMR = .018) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโมเดลการวัดสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูปฐมวัยมีความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้ทั้งในการวิจัยและการปฏิบัติจริง การอภิปรายผล: ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า โมเดลสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูปฐมวัย ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความรู้ ทักษะ และเจตคติ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ เมื่อพิจารณาค่าดัชนีความสอดคล้องของโมเดล พบว่า ทุกค่าผ่านเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่าโครงสร้างองค์ประกอบของสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูปฐมวัยมีความตรงเชิงโครงสร้าง และมีความน่าเชื่อถือ อีกทั้งผลการวิจัยนี้ ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาครูปฐมวัยควรเน้นทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติควบคู่กัน เพื่อให้ครูปฐมวัยสามารถปรับใช้ความรู้ในชั้นเรียนและแก้ปัญหาการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทสรุป: สมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนของครูปฐมวัย ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความรู้ ทักษะ และเจตคติ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์และมีความน่าเชื่อถือสูง ผลการวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า แต่ละองค์ประกอบและตัวบ่งชี้มีความสัมพันธ์เชิงบวกและสามารถสะท้อนสมรรถนะการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนโดยรวมของครูได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การพัฒนาครูปฐมวัยควรเน้นการเสริมสร้างความรู้ควบคู่กับการฝึกทักษะ และสร้างเจตคติที่ดีต่อการทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

02

เหตุผลที่อยู่ในฐานติดตาม

ระเบียนนี้ได้รับ Impact Signal 81/100 จากความใหม่ แหล่งเผยแพร่ ความร่วมมือ และสัญญาณในข้อมูลบรรณานุกรม คะแนนนี้ใช้จัดลำดับการติดตาม ไม่ใช่การตัดสินคุณภาพงานวิจัย

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง: Early Childhood Education and Development · Competency Development and Evaluation · Teacher Education and Leadership Studies

03

บทบาทของนักวิจัยและสถาบันไทย

Mesa Nuansri · Kullachat Pantuworakul · Valaya Alongkorn Rajabhat University

04

ข้อจำกัดของข้อมูล

หน้านี้เป็นระเบียนบรรณานุกรมและข้อมูลจากบทคัดย่อ ยังไม่ใช่บทวิเคราะห์ฉบับเต็มหรือการประเมินคุณภาพงานวิจัย ควรตรวจสอบ DOI และเอกสารต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิง